Acrylic คือ อะไร ?

บางท่านเรียก อะคริลิคพลาสติก (acrylic plastic) หรือพลาสติกอะคริลิค ช่วงเวลาที่อีกหลายท่านเรียกว่า กระจกอะคริลิค (acrylic glass) หรือเรียกย่อๆเพียงแค่แผ่นอะคริลิค แต่ว่าไม่ว่าจะเรียกชื่อแตกต่างอย่างไรก็ดี ทั้งสิ้นก็คือพลาสติกประเภทเดียวกันเป็นโพลิเมทิลเมทาไครเลต หรือพีเอ็มเอ็มเอ (poly (methyl methacrylate), PMMA) และก็สูตรเคมีของพลาสติกจำพวกนี้คือC5H8O2


รู้จักพลาสติกหลายชื่อ:
อะคริลิคพลาสติกหรือโพลิเมทิลเมทาไครเลตเป็นเทอร์โมพลาสติกมีชื่อทางด้านการค้าหลายชื่อร่วมกัน ดังเช่น Plexiglas, Lucite, Perspex ฯลฯ พลาสติกจำพวกนี้ถูกเอามาปรับใช้ในงานหลายชนิดดังเช่น กระจกใสบนเครื่องบิน ป้ายสำหรับโฆษณา กระจกตู้เลี้ยงปลาสิ่งของด้านการแพทย์ ฯลฯ เนื่องด้วยวัสดุมีสมบัติสะดุดตาในเรื่องของความเหนียว (toughness) ความโปร่งใส (transparent) สามารถขึ้นรูปได้ง่าย แล้วก็เมื่อรวมกับการมีความหนาแน่นต่ำซึ่งเป็นสมบัติประจำตัวของวัสดุชนิด พลาสติกแล้ว อะคริลิคพลาสติกก็เลยเป็นอุปกรณ์ประเภทหนึ่งที่นิยมประยุกต์ใช้แทนแก้วในงานหลายแบบ

การพัฒนาอะคริลิค:
อะคริลิคพลาสติกเป็นพลาสติกที่ได้จากการนำโมโนเมอร์ของเมทิลเมทาไครเลต (methyl methacrylate, MMA) มาทำปฏิกิริยาการเกิดโพลิเมอร์ (polymerization) โดย 2 นักเคมีชาวเยอรมันเป็น ฟิททิจ (Fittig) รวมทั้งพอล (Paul) สามารถสังเคราะห์โพลิเมทิลเมทาไครเลตได้ตั้งแต่ปี คริสต์ศักราช 1877 แล้ว แต่ว่าการพัฒนาแนวทางผลิตให้ได้แผ่นอะคริลิคพลาสติกออกมาต้องคอยถึงปี คริสต์ศักราช 1933เมื่อออทโท เริห์ม (Otto RÖhm) นักเคมีชาวเยอรมันขอจดสิทธิบัตรวิธีผลิตแผ่นพลาสติกใสจากโพลิเมทิลเมทาไครเลตในชื่อเชิงพาณิชย์Plexiglas ต่อไปในปี คริสต์ศักราช 1936 ก็เลยมีการผลิตแผ่นPlexiglas ออกวางขายในเชิงการค้า

ด้วยความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์แล้วก็เทคโนโลยี ปัจจุบันนี้สามารถผลิตอะคริลิคพลาสติกได้จากปฏิกิริยาการเกิดโพลิเมอร์หลายแบบ ดังเช่น การเกิดโพลิเมอร์แบบอีมัลชัน (emulsion polymerization) การเกิดโพลิเมอร์แบบบัลก์ (bulk polymerization)ฯลฯ การสร้างอะคริลิคพลาสติกแบบ “แผ่น” มักใช้วิธีการเกิดโพลิเมอร์แบบบัลก์ โดยเพิ่มเติมโมโนเมอร์ของเมทิลเมทาไครเลตกับตัวกระตุ้นปฏิกิริยาลงในแม่พิมพ์ (mold) พร้อม

สมบัติที่น่าดึงดูดของอะคริลิคพลาสติก:
1. มีความหนาแน่นราวๆ 1.15-1.19 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร
2. มีจุดหลอมเหลวที่อุณหภูมิ 130-140 องศาเซลเซียส และก็จุดเดือดที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส
3. มีความคงทนต่อการกระทบ (impact strength) สูงขึ้นยิ่งกว่าแก้วและก็โพลิสไตรีน แต่ว่าน้อยกว่าโพลิคาร์บอเนตและก็พลาสติกวิศวกรรมจำพวกอื่น
4. อะคริลิคพลาสติกมีเนื้ออ่อนก็เลยเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย
5. แสงไฟสามารถส่องผ่านเนื้อพลาสติกได้ถึงปริมาณร้อยละ 92 และก็มีการสะท้อนกลับที่ผิวโดยประมาณจำนวนร้อยละ 4
6. มีคงทนถาวรต่อสิ่งแวดล้อมดีมากยิ่งกว่าพลาสติกจำพวกอื่นตัวอย่างเช่น โพลิคาร์บอเนต ก็เลยนิยมใช้อะคริลิคพลาสติกกับงานกลางแจ้งด้วย
7. อะคริลิคพลาสติกไม่คงทนต่อตัวทำละลายหลายประเภท

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *